Incentive Taiwan
ภาพปกเปรียบเทียบทริปบริษัทไทเปแบบ Classic กับ Jiufen Premium ที่เพิ่มเส้นทางชายฝั่งเหนือ

เทียบโปรแกรมไต้หวัน 4 วันสองแบบ ส่วนต่าง 10,000 บาทต่อคนซื้ออะไรได้

27 กรกฎาคม 2569 4 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

เวลาเทียบโปรแกรม สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจผิดบ่อยที่สุดคือเทียบข้ามจำนวนวัน โปรแกรมไต้หวันที่เป็น 4 วันมีสองแบบ ราคาเริ่มต้น 45,000 บาทและ 55,000 บาทต่อคน ส่วนต่างที่แท้จริงจึงอยู่ที่ 10,000 บาทต่อคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่บอกว่าการอัปเกรดซื้ออะไรได้บ้าง ส่วนโปรแกรม 3 วันที่เริ่มต้น 35,000 บาทเป็นคนละจำนวนวัน ถ้าเอาไปเทียบตรง ๆ ส่วนต่าง 20,000 บาทที่เห็นจะรวมค่าวันที่เพิ่มมาด้วย ไม่ได้บอกว่าการอัปเกรดคุ้มหรือไม่

เทียบให้ถูกคู่ก่อน แล้วตัวเลขจะพูดเอง

สามโปรแกรมที่มีอยู่แยกตามจำนวนวันชัดเจน การเทียบที่ให้คำตอบตรงคือเทียบสองแบบที่จำนวนวันเท่ากัน

โปรแกรมจำนวนวันราคาเริ่มต้นต่อคน
ไทเปแบบกระชับ3 วัน35,000 บาท
ไทเป วัฒนธรรมและช้อปปิ้ง4 วัน45,000 บาท
ไทเป จิ่วเฟิ่น แบบพรีเมียม4 วัน55,000 บาท

ทุกโปรแกรมคิดที่ขั้นต่ำ 20 ท่านและเป็นราคาที่รวมตั๋วเครื่องบินแล้ว เมื่อเทียบสองแบบที่เป็น 4 วันเหมือนกัน ส่วนต่างคือ 10,000 บาทต่อคน ตัวเลขนี้คือสิ่งที่ต้องเอาไปตอบผู้อนุมัติ ไม่ใช่ตัวเลข 20,000 บาทที่ได้จากการเทียบ 4 วันกับ 3 วัน เพราะตัวเลขหลังรวมค่าของวันที่เพิ่มขึ้นมาทั้งวันไว้ด้วย

คอลลาจสถานที่ในวันชายฝั่งเหนือ ได้แก่ เย่หลิ่ว ถนนเก่าจิ่วเฟิ่น และทางรถไฟสือเฟิ่น
การเทียบข้ามจำนวนวันทำให้ส่วนต่างดูสูงเกินจริง และตอบไม่ได้ว่าการอัปเกรดคุ้มไหม

ส่วนต่างที่จำนวนวันเท่ากันซื้ออะไร

เมื่อจำนวนวันเท่ากันแล้ว ส่วนต่างจะไปอยู่ที่สามเรื่อง ซึ่งเป็นสามเรื่องที่ผู้อนุมัติเข้าใจได้ทันที

  • วันนอกเมืองเต็มวัน แทนการแวะจุดเดียวระหว่างทาง แปลว่าคณะได้เวลาอยู่กับที่นั้นจริง ไม่ใช่ลงถ่ายรูปแล้วขึ้นรถ
  • ระดับที่พัก ซึ่งมีผลกับความสดของทีมในวันถัดไปมากกว่าที่คนคิด โดยเฉพาะทริปที่มีพิธีการ
  • พื้นที่ในตารางสำหรับสิ่งที่ต้องจอง เช่น มื้อค่ำที่จองโต๊ะไว้หรือกิจกรรมที่มีรอบ ซึ่งใส่เพิ่มในโปรแกรมที่แน่นอยู่แล้วไม่ได้

วิธีอธิบายกับผู้อนุมัติที่ได้ผลคือแปลงส่วนต่างเป็นสิ่งที่จับต้องได้ เช่น ส่วนต่างนี้เท่ากับได้เวลานอกเมืองเพิ่มเต็มวันและได้ที่พักที่ทีมพักผ่อนได้จริงก่อนวันงาน ไม่ใช่บอกว่าเป็นโปรแกรมพรีเมียม เพราะคำนั้นไม่บอกว่าได้อะไร

วันนอกเมืองต่างจากการแวะระหว่างทางยังไง

ความต่างที่ชัดที่สุดคือเวลาที่อยู่กับที่ ไม่ใช่จำนวนจุดที่ไป การแวะระหว่างทางมักได้เวลาจุดละไม่ถึงชั่วโมงและต้องเร่งกลับขึ้นรถ ส่วนวันเต็มทำให้เรียงจุดได้ตามเวลาที่แต่ละจุดต้องการจริง ลำดับที่ทำให้ทันร้านปิดอยู่ที่ เย่หลิ่ว สือเฟิ่น จิ่วเฟิ่น 3 จุดวันเดียว เรียงยังไงให้ทันร้านปิด

อีกข้อที่กระทบคุณภาพของวันคือ จุดยอดนิยมนอกเมืองมีช่วงเวลาที่คนแน่นต่างกัน ถ้าไปแบบแวะระหว่างทาง มักตกอยู่ในช่วงที่คนแน่นที่สุดพอดี เพราะเวลาถูกบีบด้วยกำหนดการอื่น ขณะที่วันเต็มเลือกช่วงเวลาได้

ข้อควรรู้ของถนนเก่าจิ่วเฟิ่นซึ่งแคบและคนแน่นอยู่ที่ จิ่วเฟิ่นวันธรรมดาหรือเสาร์อาทิตย์ พากรุ๊ปเดินถนนเก่าแคบ ๆ อย่างไรไม่หลงกัน และกติกาของกิจกรรมโคมที่สือเฟิ่นอยู่ที่ ปล่อยโคมที่สือเฟิ่น รางรถไฟยังใช้งานจริง และซากโคมที่เก็บได้ 650 กิโล

องค์กรแบบไหนควรเลือกแบบไหน

ทีมบริษัทถ่ายภาพร่วมกันหน้า Taipei 101 ระหว่างทริป incentive ในไทเป
ตัวเลือกที่ถูกขึ้นกับว่าทริปนี้ต้องส่งมอบอะไร ไม่ใช่ขึ้นกับงบอย่างเดียว
สถานการณ์ของคณะแบบที่เหมาะกว่า
ทริปรางวัลผลงาน หรือมีผู้บริหารและแขกสำคัญร่วมเดินทาง4 วันแบบพรีเมียม
อยากได้ภาพจำร่วมจากนอกเมืองที่เล่าต่อได้4 วันแบบพรีเมียม
ลาได้จำกัดหรือต้องคุมงบต่อหัวเป็นเงื่อนไขแรก3 วันแบบกระชับ
อยากได้ 4 วันแต่เน้นในเมืองและเวลาช้อปปิ้ง4 วันแบบวัฒนธรรมและช้อปปิ้ง

ข้อที่ควรตัดสินก่อนดูราคาคือจำนวนวันที่บริษัทให้ลาได้จริง เพราะถ้าลาได้แค่สามวัน การเทียบโปรแกรม 4 วันทั้งสองแบบก็ไม่มีความหมาย และถ้าลาได้สี่วัน คำถามที่เหลือมีข้อเดียวคือจะใช้วันนั้นในเมืองหรือนอกเมือง

สิ่งที่ต้องยืนยันก่อนล็อกโปรแกรม

ราคาเริ่มต้นเป็นตัวเลขสำหรับตั้งวงเงิน ไม่ใช่ราคาที่ยืนยันแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนตัวเลขจริงมีสี่อย่าง

  1. วันเดินทาง ทั้งฤดูกาลและวันหยุดของไต้หวันมีผลกับที่พักและตั๋วมากที่สุด
  2. จำนวนคนจริง เพราะราคาเริ่มต้นคิดที่ขั้นต่ำ 20 ท่าน ถ้าคณะเล็กกว่านั้นต้องขอราคาเฉพาะคณะ
  3. สัดส่วนห้องเดี่ยว ซึ่งควรเป็นนโยบายที่เขียนไว้ล่วงหน้า
  4. สิ่งที่ต้องจองล่วงหน้า เช่น มื้อค่ำเฉพาะร้านหรือกิจกรรมที่มีรอบและจำนวนจำกัด

ปฏิทินที่ควรเลี่ยงอยู่ที่ วันหยุดไต้หวัน 2027 หยุดยาว 8 ช่วง และตรุษจีนยาว 7 วันเต็ม และวิธีตั้งกรอบงบให้ผ่านห้องอนุมัติอยู่ที่ งบทริปไต้หวันต่อหัว แพงกว่าเวียดนามถูกกว่าญี่ปุ่น และขั้นต่ำคนละจำนวน ส่วนข้อมูลกลางของแหล่งท่องเที่ยวไต้หวันดูได้จาก เว็บการท่องเที่ยวไต้หวัน

สรุปลำดับการตัดสินใจ

ตัดสินจำนวนวันที่ลาได้ก่อน · ถ้าได้สี่วัน ให้เทียบสองแบบที่เป็น 4 วันเหมือนกัน ส่วนต่างคือ 10,000 บาทต่อคน · แปลงส่วนต่างเป็นสิ่งที่จับต้องได้เวลาอธิบายกับผู้อนุมัติ · และอย่าเทียบโปรแกรม 4 วันกับ 3 วันตรง ๆ เพราะส่วนต่างที่เห็นจะรวมค่าวันที่เพิ่มไว้ด้วย

BENS DVA AGENCY เสนอโปรแกรมโดยระบุจำนวนวัน จำนวนขั้นต่ำ และรายการที่รวมหรือไม่รวมไว้ในเอกสารชุดเดียวกัน เพื่อให้เทียบสองแบบได้บนฐานเดียวกันจริง ดูรายละเอียดโปรแกรมและช่วงงบประมาณได้ที่ โปรแกรมทริปองค์กรไต้หวัน

ข้อมูลราคาในหน้านี้อ้างอิงจากข้อมูลที่บันทึกไว้เมื่อ 24 สิงหาคม 2026 เป็นราคาเริ่มต้นต่อท่าน รวมตั๋วเครื่องบิน ขั้นต่ำ 20 ท่าน และเปลี่ยนตามฤดูกาลกับจำนวนผู้เดินทาง

บทความที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

โปรแกรมไต้หวัน 4 วันสองแบบต่างกันเท่าไร

ราคาเริ่มต้นต่างกัน 10,000 บาทต่อคน โดยแบบวัฒนธรรมและช้อปปิ้งเริ่มที่ 45,000 บาท และแบบจิ่วเฟิ่นพรีเมียมเริ่มที่ 55,000 บาท ทั้งคู่คิดที่ขั้นต่ำ 20 ท่านและรวมตั๋วเครื่องบินแล้ว ส่วนต่างนี้ไปอยู่ที่วันนอกเมืองเต็มวัน ระดับที่พัก และพื้นที่ในตารางสำหรับสิ่งที่ต้องจองล่วงหน้า

ทำไมไม่ควรเทียบโปรแกรม 4 วันกับ 3 วันตรง ๆ

เพราะส่วนต่างที่เห็นจะรวมค่าของวันที่เพิ่มขึ้นมาทั้งวันไว้ด้วย ไม่ได้บอกว่าการอัปเกรดคุ้มหรือไม่ โปรแกรม 3 วันเริ่มที่ 35,000 บาทและโปรแกรม 4 วันแบบพรีเมียมเริ่มที่ 55,000 บาท ส่วนต่าง 20,000 บาทจึงเป็นค่าวันที่เพิ่มรวมกับค่าการอัปเกรด ต้องแยกสองอย่างนี้ก่อนตัดสินใจ

ราคาเริ่มต้นคือราคาที่ยืนยันแล้วหรือไม่

ไม่ใช่ เป็นตัวเลขสำหรับตั้งวงเงิน สิ่งที่เปลี่ยนตัวเลขจริงมีสี่อย่าง คือวันเดินทางทั้งฤดูกาลและวันหยุด จำนวนคนจริงเทียบกับขั้นต่ำ 20 ท่าน สัดส่วนห้องเดี่ยว และสิ่งที่ต้องจองล่วงหน้าอย่างมื้อค่ำเฉพาะร้านหรือกิจกรรมที่มีรอบจำกัด

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: lin.ee/G7k4PEB
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565